บทความทั้งหมด
การศึกษา
ข่าว-สื่อ
สุขภาพ
โปรโมทเว็บไซต์
ธุรกิจ
บันเทิง
ยานยนต์
ศิลปะ-วัฒนธรรม
จิปาถะ

ปลาทอง สามารถเพาะเลี้ยงที่ไหนได้บ้าง

ปลาทอง สามารถเพาะเลี้ยงที่ไหนได้บ้าง


ในการเลี้ยงปลา เราจะพบว่าเราสามารถเลี้ยงได้ในหลายสถานที่ หลายลักษณะ อย่างการเลี้ยงในบ่อดิน ใน กระชังบก ในแม่น้ำ ในนาข้าว เป็นต้น ซึ่งการเลี้ยงปลาแต่ละชนิดก็จะต้องเลือกสถานที่เลี้ยงให้เหมาะสม และมีขั้นตอนการเลี้ยงที่ถูกต้องด้วย สำหรับปลาทอง เราสามารถเพาะเลี้ยงปลาทองได้หลายลักษณะเช่นกัน โดยสามารถเลือกภาชนะหรือสถานที่เลี้ยงได้ดังนี้
ตู้ปลา
ในกรณีที่มีตู้ปลาเก่า อาจใช้สำหรับอนุบาลลูกปลา เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์หรือเพาะพันธุ์ได้ แต่ถ้าเป็นการลงทุนใหม่ไม่ควรซื้อตู้ปลาเพราะต้นทุนสูง
อ่างซีเมนต์
เป็นอ่างซีเมนต์ขนาดเล็ก อาจซื้อสำเร็จรูปหรือทำขึ้นเอง เป็นอ่างสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ60 x 80 เซนติเมตร และมีความลึกประมาณ 20 - 25 เซนติเมตร หรือเป็นบ่อซีเมนต์กลมเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 80 -120 เซนติเมตร และมีระดับความลึกประมาณ 25 - 30 เซนติเมตร เหมาะสำหรับอนุบาลลูกปลาหรือนำมาใช้เลี้ยงปลา ที่คัดขนาดแล้วหรือจะใช้เพาะพันธุ์ก็ได้
บ่อซีเมนต์
โดยปกติจะนิยมสร้างให้มีขนาดกว้าง x ยาว เท่ากับ 2 x 2 หรือ 2 x 3 เมตรบ่อชนิดนี้เหมาะสำหรับการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ เพาะพันธุ์และเลี้ยงลูกปลาได้ทุกขนาดบ่อซีเมนต์ทุกประเภทก่อนที่จะนำมาใช้ต้องมีการสร้างทำความสะอาดแช่น้ำไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วถ่ายน้ำทิ้งเพื่อล้างและกำจัดปูนซีเมนต์ออกให้หมด
การสร้างบ่อปลาต้องคำนึงถึงระบบการกำจัดของเสียเป็นสำคัญ โดยการสร้างให้มีความลาดเอียง เพื่อให้ของเสียและตะกอนไหลมารวมกันในพื้นที่ที่เป็นที่ต่ำ และสร้างท่อระบายน้ำออกตรงบริเวณนั้น โดยมีตะแกรงครอบบริเวณฝาท่ออีกที เมื่อถ่ายน้ำก็ดึงฝาครอบท่อออก ของเสียและตะกอนต่างๆ จะไหลปนไปกับน้ำ ซึ่งมีตะแกรงทำหน้าที่ป้องกันลูกปลาไหลออกมาเวลาระบายน้ำถ้าเป็นบ่อขนาดเล็กนิยมที่สร้างท่อระบายน้ำออกไว้ตรงกลาง แต่ถ้าเป็นบ่อขนาดใหญ่จะสร้างไว้บริเวณด้านข้างเพื่อความสะดวกในการเปิดปิดท่อระบายออกเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำ วิธีการสร้างบ่อลักษณะนี้ จะทำให้ประหยัดแรงงานและปริมาณน้ำมากกว่าการสร้างบ่อที่ไม่มีความลาดเอียงและไม่มีท่อระบายน้ำออก
นอกจากบ่อและภาชนะรูปแบบต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วอาจสร้างบ่อหรืออ่างในรูปแบบอื่นๆ ก็ได้ เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน เช่น ทำจากผ้าใบโดยมีโครงไม้โครงเหล็ก หรือปูแผ่นพลาสติกบนบ่อที่ยกขอบด้วยอิฐบล๊อก เป็นต้น
หากคุณต้องการเลี้ยงปลาทอง เพาะพันธุ์ปลาทอง ก็สามารถเลือกภาชนะหรือบ่อเลี้ยงเหล่านี้ไปใช้สำหรับเลี้ยงปลาทองได้ แต่จะต้องมีการเตรียมบ่อที่ดี และให้อาหารอย่างถูกต้องด้วย
Updated: 12 ก.พ. 2562 เวลา 23:37 น.
วิธีการรักษาฝ้ากระให้หายขาดไม่กลับมาเป็นอีก

วิธีการรักษาฝ้ากระให้หายขาดไม่กลับมาเป็นอีก


ในเมื่อเราไม่อาจจะหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ เพราะว่าจะต้องเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดในประเทศไทยอันเป็นแสงแดดที่รุนแรงมาก หากขาดการป้องกันที่ดีอย่างเสื้อแขนยาว หมวก แว่นตากันแดดหรือว่าครีมกันแดด แล้วละก็ ความเสี่ยงต่อการเป็นกระเพราะว่าโครงสร้างเนื้อเยื้ออ่อนแอลง ทำให้เกิดปัญหาผิวพรรณ หรือว่าโรคมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้นเมื่อทำการรักษาโดยการยิงเลเซอร์แล้วไม่อยากที่จะกลับมาเป็นอีกนั้นก็ ใช้วิธีการในการที่จะทาครีมกันแดด และควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดไปก่อนจะดีที่สุดเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นอีก
ผิวหน้าไม่เรียบเนียนใสไม่พอยังมีกระเป็นจุดๆ อันเกิดจากปัญหาฝ้ากระ ถือว่าเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อความสวย แถมเสียเงินในการที่จะทำการรักษาไปตั้งมากมายแล้วยังไม่หายขาดอีก ทำการรักษาไม่นานยังไม่หายอีก  ดังนั้นเมื่อทำการรักษาฝ้ากระให้หายขาดได้โดยการใช้เทคโนโลยี อย่างเช่น การยิงเลเซอร์แล้วนั้นจะต้องปฏิบัติตนดังต่อไปนี้เพื่อไม่ให้กระและฝ้ากลับมาอีก
1.หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เป็นฝ้ากระขึ้นมาอีก ปัญหาฝ้ากระ ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นคือ แสงแดดที่สามารถปกป้องผิวได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี หากไม่สามารรถเลี่ยงได้คือ ทาครีมกันแดดที่มีค่า hira blue SPF30 มี PA+++ ขึ้นไป หากแดดแรงอยู่กลางแดดตลอดเวลานั้นให้ทาทุก 2 ชั่วโมง
2. ป้องกันการลดฝ้ากระด้วย AHA สามารถที่จะช่วยในการที่จะขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไป เพื่อเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้ขึ้นมาแทนที่ กำจัดเม็ดสีเมลานิน รักษาฝ้ากระที่ปลอดภัย ทำให้รอยกระค่อย ๆ จางลงได้จริง เป็นสูตรรักษาสมัยใหม่ที่ได้ผลช้าและไม่ได้อันตราย
3.รักษากระด้วยสูตรธรรมชาติ คือ สูตรหัวไชเท้าหรือสูตรว่านหางจระเข้ อย่างที่ทราบว่าหัวไซเท้านี้แหละสามารถที่จะรักษากระได้ วิธีการง่ายๆคือ นำหัวไชเท้าสด ๆ มาปอกเปลือก แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ในเครื่องปั่นให้ละเอียดแล้วจึง เติมน้ำมะนาวลงไป 1 ช้อนโต๊ะ แล้วปั่นส่วนผสมให้เข้ากัน เมื่อส่วนผสมเข้ากันแล้วจึงนำส่วนผสมมาพอกหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง กระจะลดลงได้ ส่วนสูตรว่านหางจระเข้นั้นแค่เพียงนำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกนำส่วนที่เป็นวุ้นมาปั่นให้ละเอียดหรือว่าจะบดก็แล้วแต่สะดวกแล้วจึงมาพอกบริเวณที่เป็นกระแล้วนวด ทำวันละ 2 ครั้ง
4 .รักษาด้วย Hydroquinone ตัวยา ช่วยทำให้กระและฝ้าของคุณจางลงได้อย่างรวดเร็ว เพราะว่าเข้าไปช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินแต่อาจจะทำให้ผิวหมองคล้ำ

Updated: 11 ก.พ. 2562 เวลา 12:13 น.
วิธีการดูแลตนเองให้พักผ่อนได้เพียงพอเมื่อลูกดิ้นแรงจนนอนไม่หลับ

วิธีการดูแลตนเองให้พักผ่อนได้เพียงพอเมื่อลูกดิ้นแรงจนนอนไม่หลับ


เมื่อคุณทราบว่าตนเองตั้งครรภ์ เป็นธรรมดาที่คุณแม่ทุกคนจะเฝ้าสังเกตความเป็นไปของลูกน้อยในท้อง และนับวันรอที่จะได้เจอลูกน้อยในครรภ์เสียที
ลูกดิ้น เป็นสิ่งหนึ่งที่คุณแม่ทุกคนให้ความสนใจ และตื่นเต้นอย่างมาก แสดงว่าลูกน้อยมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และรู้สึกได้มีปฏิสัมพันธ์กันด้วยนั่นเอง แต่หากลูกดิ้นแรงในตอนกลางคืนจนทำให้คุณแม่นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ ก็คงต้องหาทางรับมือให้ดี
ระยะที่ลูกดิ้น
อาการที่ลูกดิ้นหนักมาก จนทำให้คุณแม่นอนไม่ได้เลยในตอนกลางคืน มักเกิดกับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์มากใกล้คลอดแล้ว หรือคุณแม่ที่อยู่ในไตรมาสที่ 3
สาเหตุของอาการที่ลูกดิ้น
สาเหตุที่ทำให้คุณแม่รู้สึกเพลีย นอนไม่ค่อยหลับในตอนกลางคืนเพราะลูกดิ้นนั้น เกิดจากทารกในครรภ์ตัวใหญ่มากแล้ว เวลาดิ้นแต่ละครั้งคุณแม่ก็จะรับรู้ถึงการดิ้นของลูกมากขึ้น รู้สึกว่าลูกดิ้นแรงขึ้น ไม่ว่าลูกจะขยับตัวไปทางซ้าย หรือ ทางขวาก็รู้สึกไปหมด ยิ่งในช่วงกลางคืนลูกชอบตื่นมาดิ้น จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณแม่นอนไม่ค่อยหลับในตอนกลางคืนนั่นเองค่ะ
การรับมือกับลูกดิ้นแรงในตอนกลางคืน
แน่นอนว่าคุณแม่ไม่สามารถทำให้ลูกหยุดดิ้นได้ในตอนกลางคืน คุณแม่ก็ต้องเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของตัวเองในตอนกลางวัน เช่น
- นอนกลางวันให้น้อยลง
- ทำงานบ้าน หรือเดินให้มากขึ้น เพื่อในตอนกลางคืนจะได้เพลียและนอนหลับไปอย่างสนิท
- ไม่ควรดื่มนมหรือน้ำก่อนเข้านอน เพราะจะทำให้คุณแม่ปวดปัสสาวะถี่กว่าที่ควรจะเป็น ทำให้นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนไม่ต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้คุณแม่มีอาการเหนื่อยล้า หรือปวดหัวเวียนหัวได้ค่ะ
- ถ้าทำทุกวิธีแล้วก็ยังนอนไม่หลับเพราะลูกดิ้น สิ่งที่คุณแม่ทำได้คือนอนนิ่งๆ หลับตาลง ปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ไม่ต้องไปคิดว่าเมื่อไหร่จะหลับ ทำไมนอนไม่หลับ ถ้าจิตใจและร่างกายผ่อนคลาย คุณแม่จะเผลอหลับไปเองโดยไม่รู้ตัวค่ะ
คุณแม่ที่ประสบปัญหากับลูกดิ้นแรงจนพักผ่อนไม่เพียงพอ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ นอกจากนี้แล้ว หลังคลอด ยังควรเตรียมรับมือกับอาการ ผมร่วงหลังคลอด หรืออาการต่างๆ ที่ยังอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงได้ เพื่อให้พร้อมรับทุกสถานการณ์นั่นเองค่ะ
Updated: 6 ก.พ. 2562 เวลา 21:26 น.
หนุ่มผิวมันและผิวผสมดูแลใบหน้าอย่างไร

หนุ่มผิวมันและผิวผสมดูแลใบหน้าอย่างไร


1. หนุ่มผิวมัน สำหรับหนุ่มที่มีปัญหาในเรื่องของผิวที่ค่อนข้างจะมันนั้นบอกได้เลยว่าผิวหน้าลักษณะผิวมันนั้นจะเป็นผิวหน้าที่ค่อนข้างจะมีปัญหาหนักที่สุดในบรรดาผิวหน้าทั้งหมด อันได้แก่ ผิวมัน ผิวแห้งและสุดท้ายคือ ผิวผสม ผิวมันนั้นจะมีปัญหามากกว่าผิวแบบอื่นเพราะว่าต่อมไขมันที่กระจายตัวทั่วใบหน้าอย่างหนาแน่น  รูขุมขนของคนผิวมันจะใหญ่เป็นพิเศษ ทำให้ผลิตน้ำมันออกมามาก เสี่ยงต่อการอุดตันของรูขุมขนอันเนื่องมาจากสิ่งสกปรก ยิ่งอากาศในเมืองไทยนั้นค่อนข้างจะร้อนที่จะร้อนมากและเจอกับสภาวะฝุ่นละอองทำให้สิ่งสกปรกเข้าไป สะสมจนเกิดเป็นสิวในที่สุด
วิธีการสังเกตว่าเป็นหนุ่มผิวมันหรือไม่คือ ให้สังเกตว่ามีผิวมันมากทั่วใบหน้าหรือไม่ มีสิวง่ายมาก เพราะรูขุมขนกว้าง แต่สิวแม้นว่าจะเป็นง่ายก็หายง่ายเช่นกันและยังไม่ทิ้งรอยด่างดำเอาไว้
การดูแลผิวหน้าสำหรับหนุ่มผิวหน้ามันทำอย่างไร
1. ไม่จำเป็นไม่ต้องใช้กระดาษซับหน้ามัน เพราะกระดาษซับน้ำมันนั้นจะทำให้ผิวหน้าเร่งผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น และหากสกปรกยิ่งทำให้เกิดสิวจากเชื้อแบคทีเรีย
2. ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเพราะว่าคิดว่าหน้ามันการล้างหน้าบ่อยจะทำให้ใบหน้าไม่มัน เพราะว่าการล้างหน้าบ่อยทำให้ใบหน้าแห้งและตามกระบวนการตามธรรมชาติใบหน้าจะผลิตน้ำมันออกมาตามธรรมชาติเมื่อเราล้างหน้า แค่ล้างหน้าให้สะอาด วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก็ถือว่าเพียงพอและช่วยทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจดด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการที่จะล้างหน้าโดยเฉพาะหรือเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหนาที่เหมาะสมกับสภาพผิว
3. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีน้ำมัน สำหรับคนที่มีผิวมันลองใช้ผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ ครีมรกแกะ เพราะว่าจะสามารถที่จะลดปัญหาผิวหน้ามันสำหรับหนุ่มๆได้
4. เลือกผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับคนที่มีผิวหน้ามัน และหลีกเลี่ยงอาการการกินที่อาจจะทำให้เกิดสิวได้ง่าย เช่น ของมัน ของทอด เป็นต้น
 2. หนุ่มผิวผสม เป็นผิวที่อยู่ตรงกลางระหว่างผิวมันและผิวแห้ง ดูแลได้ยากขึ้นการดูแลผิวสำหรับผิวผสมคือ เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้า เน้นไปสำหรับผิวหน้าแห้ง
Updated: 24 ธ.ค. 2561 เวลา 21:32 น.
วิธีการเลือกกระเป๋าเดินทางให้เหมาะกับคุณ

วิธีการเลือกกระเป๋าเดินทางให้เหมาะกับคุณ


เรื่องของการเดินทางไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวหรือว่าเดินทางไปทำกิจธุระจำเป็นอันใดก็ตามนั้น ปัญหาในการเดินทางค่อนข้างจะเป็นปัญหาที่ค่อนข้างจะเล็กน้อยไปแล้วแต่ปัญหาใหญ่ในการเดินทางจะกลับกลายมาเป็นในเรื่องของการจัดกระเป๋าและสัมภาระในการที่จะเดินทางมากกว่า แล้วจะเลือกกระเป๋าเดินทางอย่างไรให้มันเหมาะสมกันเล่าลองมาดูกันดีกว่าว่าคำถามเกี่ยวกับการเดินทางที่เรามักจะได้ยินจากเพื่อนและเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ก็จะเป็นในเรื่องของการเตรียมตัวในเรื่องของกระเป๋าเดินทางว่าจะจัดการในการเลือกกระเป๋าอย่างไรให้เหมาะสมมากที่สุดก่อน
กระเป๋าเดินทางที่ดี ที่จะช่วยให้ของใช้สำหรับการเดินทางของคุณปลอดภัย และยังสามารถที่จะช่วยผ่อนแรงในเรื่องของการเดินทางทำให้สามารถที่จะลากสัมภาระที่หนักให้สามารถที่จะไหลเลื่อนไม่มีสะดุดได้ ในปัจจุบันนั้นกระเป๋าเดินทางนั้นมีมากมายหลากหลายรูปแบบและยังมีมากมายหลากหลาย ยี่ห้อ หลายรูปแบบ แต่จะเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางอย่างไรให้เหมาะกับคุณมากที่สุด กระเป๋าที่มียี่ห้อที่มีราคาแพงไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไปดังนั้นอย่าไปเน้นที่แบรนด์หรือว่ายี่ห้อแต่เพียงอย่างเดียว ลองมาดูหลักในการพิจารณาในการที่จะเลือกซื้อกระเป๋ากันดีกว่า
1. ประเภทและรูปแบบของ กระเป๋าเดินทางราคาถูก นั้นควรที่จะต้องเหมาะสมกับประเภทในการเดินทางว่าเป็นการเดินทางของคุณ เช่น การเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศควรใช้กระเป๋าล้อลาก แต่หากเป็นการเดินทางที่สกบุกสมบันก็สมควรใช้กระเป๋าเป๋แบบสะพายหลังมากกว่า
2. คำนึงถึงเรื่องของข้อดีและข้อเสียของกระเป๋าเดินทางแต่ละแบบว่าเหมาะสมหรือไม่ หากแบบลุย ๆ ก็ต้องหากระเป๋าแบบเบา ๆ
3. เลือกกระเป๋าตามแบบที่เราชอบ โดยนอกจากเน้นในเรื่องของความชื่นชอบแล้วนั้นจะต้องทั้งแข็งแรง ทนทานด้วย ไม่แตกหักง่าย ซิบเปิดปิดได้ง่าย เน้นว่าใส่เสื้อผ้าได้เหมาะสมกับจำนวนวันที่เราเดินทางด้วย
4. เลือกกระเป๋าเดินทางที่มีการรับประกันเพราะว่าเมื่อกระเป๋าถูกโยนเกิดความเสียหายกับตัวกกระเป๋า ล้อลาก ด้ามจับ คันชัก เป็นต้น
5.ล้อ ควรที่จะเป็นแบบมี 4 ล้อเพราะว่าสามารถที่จะเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวกมากกว่า
Updated: 17 ธ.ค. 2561 เวลา 10:23 น.
เทคนิค การเลือกเฟอร์นิเจอร์ เข้ากับบ้านของเราอย่างชาญฉลาด

เทคนิค การเลือกเฟอร์นิเจอร์ เข้ากับบ้านของเราอย่างชาญฉลาด


เฟอร์นิเจอร์ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการที่เราจะใช้ในการประดับตกแต่งบ้าน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่จะได้มาทำการตกแต่งบ้านอาจจะหาซื้อตามร้านจำหน่ายทั่วไปหรือว่าอาจจะทำการบิวอินน์หรือว่าอาจจะจัดการในการสั่งทำโดยตรงจาก โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ หากว่าต้องการความพิเศษมากกว่าคนอื่น
หลายคนไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่าเฟอร์นิเจอร์นั้นถือว่ามันคือ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความสวยงามให้กับห้องและบ้านของเรา ซึ่งหากใครกำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน การจะมองหาเอามาใช้งานให้เหมาะสมและตอบโจทย์ต่อการใช้งาน จะต้องคำนึงถึงอะไรกันบ้างก่อนที่จะหาเลือกซื้อมาใช้งาน
1.พื้นที่ของบ้านหรือว่าพื้นที่ของห้อง เป็นปัจจัยสำคัญมากที่สุดในการที่เราจะต้องดูก่อนเป็นอันดับแรกก่อนที่เราจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์มาใช้งาน ดังนั้นหากตั้งใจในการที่จะหาซื้อเฟอร์นิเจอร์สักชิ้นเอามาไว้ในบ้านนั้นจะต้องวัดขนาดของพื้นที่มาให้เรียบร้อยก่อนเพื่อให้เฟอร์นิเจอร์พอดีกับห้องหรือว่าสามารถขนย้ายเข้าห้องได้ อย่าลืมวัดขนาดประตูก่อนสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่  เพื่อให้เหมาะสมและตอบโจทย์ต่อการใช้งานมากที่สุด
2.วัสดุของเฟอร์นิเจอร์ การเลือกใช้งานเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภท ควรศึกษาหาข้อมูลต่างๆ ให้ดี ทั้ง ข้อดีข้อเสีย ของวัสดุที่ใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ เช่น เฟอร์นิเจอร์ไม้ทำมาจากอะไรคงทนแค่ไหน เนื้อไม้เป็นเช่นไร หรือว่าหากเป็นโซฟานั้นเป็นโซฟาหนังแท้หรือว่าหนังเทียมกันแน่ การดูแลรักษา การทำความสะอาด ยากง่ายเพียงไหน
3.ฟังก์ชั่นหลสกหลายและครบครั้น เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับห้องที่มีขนาดเล็ก เพราะว่ามีเฟอร์นิเจอร์ได้น้อยชิ้นแต่ว่าใช้งานได้หลากหลาย เช่น โซฟาที่สามารถปรับเป็นที่นอนได้ โต๊ะกินข้าวแบบพับเก็บได้ เป็นต้น   เฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชั่น ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ มากสำหรับห้องขนาดเล็กและงบประมาณในการหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ได้ไม่มาก
4. การตกแต่งห้อง ซึ่งรูปแบบในการตกแต่งนั้นไม่ได้ตายตัวเสมอไป สามารถที่จะปรับเปลี่ยนได้ตามความชื่นชอบของแต่ละบุคคล อาจจะใช้ชิ้นใหญ่หรือว่าลวดลายแล้วแต่สไตล์ที่เลือกทำ
5. การใช้งานเป็นประโยชน์สูงสุด ก่อนการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ เมื่อจะใช้งานและใช้ประโยชน์จะต้องคุ้มค่าและตอบโจทย์มากที่สุด เมื่อจ่ายเงินไปแพงแล้ว
Updated: 26 พ.ย. 2561 เวลา 20:58 น.
มาลองสูตรขัดผิวสวยจากธรรมชาติกันเถอะ

มาลองสูตรขัดผิวสวยจากธรรมชาติกันเถอะ


การพอกและขัดผิวกาย จะทำให้ผิวหนังได้รับการบำรุงและได้รับการผลัดเปลี่ยนเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดลอก เกิดการเปลี่ยนของเซลล์ใหม่ที่สดใสกว่าเดิม การพอกผิวจากสูตรอาหารจากธรรมชาติ ที่หาได้ง่ายจากธรรมชาติ เช่น มะนาว น้ำผึ้ง มะละกอ แตงกวา เป็นต้น สารที่อยู่ในผักผลไม้เหล่านี้จะช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดดียิ่งขึ้น ทำให้สีผิวที่ดำคล้ำจากการไหม้ของแสงแดดนั้นดูดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ที่ตายแล้วออกไปได้มา รับรองทำตามสูตรนี้พร้อมกับการทาน อาหารเสริม boom  ช่วยผิวได้จริง มาดูสูตรที่เราจะแนะนำกันดีกว่า
สูตรที่ 1 พอกผิวขาวด้วยมะขามเปียก มะขามเปียกขึ้นชื่อว่าสมุนไพรที่ขึ้นชื่อว่ามีสรรพคุณสามารถขัด ลอก ผลัดผิวให้ขาวกระจ่างใส วิธีทำง่ายๆ คือ แค่นำมะขามเปียกมาผสมเข้ากับน้ำเปล่า โดยลอกเอาเส้นของมะขามเปียกและเอาเม็ดออกก่อนแล้วใช้มือขยำจนน้ำเปล่ากลายเป็นน้ำข้นๆแยก จะผสมน้ำผึ้งเข้าไปเล็กน้อยก็ได้ เมื่อผสมจนเข้ากันแล้วจึงพอกตัวในขณะที่ตัวยังแห้งอยู่ก็ได้ ขัดแล้วจึงทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที สูตรนี้ทำประมาณละ 3-4 ครั้ง
สูตรที่ 2 มะหาด เป็นผลไม้อีกประเภทหนึ่งที่คนนิยมนำมาเป็นอาหารผิวเช่นกัน  เพราะว่าช่วยทำให้ผิวขาวขึ้น เพราะว่ามีสาร Oxyresvertol ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษช่วยยับยั้งการสร้างเมลานิน ทำให้ผิวเราขาวขึ้น เมื่อนำไปผมเป็นสูตรพอกตัวจะให้สีเป็นสีน้ำตาล สามารถที่จะนำไปผสมนมสดแล้วนะมาพอกใบหน้าได้
 สูตร 3 น้ำผึ้ง แค่นำน้ำผึ้งกับและใส่เปลือกส้มบดผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาทาตัวทิ้งไว้ให้พอประมาณจึงล้างออก เท่านี้ก็ช่วยบำรุงผิว
สูตรที่ 4 สูตรมะนาวกับดินสอพอง เพียงแค่นำมะนาวผสมกับดินสอพองผสมในอัตราส่วนที่เหมาะสมแล้วนำมาทาให้ทั่วขา ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วล้างออก ผิวจะสวยสดใสขึ้น
สูตรที่ 5 สูตรใบเตย โดยนำใบเตย 5 ใบ นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำมาปั่นให้ละเอียดแยกเอาแต่น้ำแล้วนำไปผสมกับไข่ไก่แล้วนำมาพอกตัวให้ทั่ว ทำให้ผิวนุ่มและมีกลิ่นหอม
สูตรที่ 6 สูตรแอพริคอต ให้นำผลแอพริคอตเข้าเครื่องปั่นผสมองุ่นไม่มีเมล็ดเข้าไปแล้วเติมนมสด นำมาทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วออกดด้วยน้ำอุ่น
Updated: 13 พ.ย. 2561 เวลา 11:29 น.
แจกสูตรแก้อาการคันศีรษะด้วยมะกรูด

แจกสูตรแก้อาการคันศีรษะด้วยมะกรูด


ตามธรรมชาติแล้วหนังศีรษะของเรา นั้นจะมีลักษณะเดียวกันกับผิวส่วนอื่นๆ ของร่างกาย คือ จะมีการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทุกๆ 28 – 30 วัน ตามปกติธรรมดา นั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมคนเราจึงมีปัญหารังแคเพราะว่ารังแคก็คือ เซลล์ผิวที่ผลัดเปลี่ยนนั้นเอง ซึ่งสภาวะการที่จะทำให้เกิดปัญหารังแคและผมร่วงจนต้องไปหา แชมพูแก้ผมร่วง มาใช้ก็คือ  หนังศีรษะต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นจากสภาพอากาศ ไม่ว่าจะอากาศร้อนมากจนเกินไป หรือว่าหนาวมากจนเกินไป ล้วนมีผลด้วยกันทั้งนั้น ทั้งการทำสีผม การทำการยืด ดีด ไดร์หรือว่า การทำเคมี ความร้อนหรือว่าสารเคมีที่ทำไปกับผมทำให้หนังศีรษะเกิดการระคายเคือง จนในที่สุดเกิดเป็นปัญหารังแคตามมา วันนี้เรามาแจกสูตรในการแก้ปัญหารังแคและผมร่วงด้วยการใช้มะกรูดมาดูกันดีกว่า
สรรพคุณของมะกรูด สามารถที่ตะช่วยป้องกันรังแค และอาการคันหนังศีรษะได้ โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้ คือ
- โดยการนำมะกรูดสด ล้างให้สะอาด ประมาณ 3-5 ลูกหรือมากกว่านั้นแล้วแต่ความหนาของผมของแต่ละคน จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำเท่านั้น นำน้ำทีได้มาผสมกับน้ำซาวข้าวเหนียว ไม่ให้เหลวมากจนเกินไป ผสมให้เข้ากันแล้วจากนั้นนำมานวดศีรษะโดยชโลมเส้นผมตั้งแต่โคนจรดปลาย จะช่วยแก้ปัญหาได้
- หลังจากชโลมแล้วตั้งแต่โคนจรดปลายให้ทำการนวด การนวดจะทำให้ส่วนผสมนั้นซึบทราบเข้าสู่หนังศีรษะได้ดี อีกทั้งการนวดยังช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนของหนังศีรษะดี อีกทั้งยังเหมือนเป็นการผ่อนคลาย หลังจากทำงานหรือว่าเรียนมาอีกด้วย วิธีการนี้ทั้งสามารถที่จะ ลดปัญหาหนังศีรษะแห้ง เพิ่มความชุ่มชื้น เส้นผมมีความแข็งแรงมากขึ้น ปัญหาผมขาดหลุดร่วงลดลงด้วย
- หลังจากนวดแล้ว ประมาณ 10 – 15 นาทีแล้วแต่ความสะดวกขั้นตอนถัดไปคือ การทำความสะอาดผม โดยวิธีการสระผมตามปกตินั้นเอง โดยเน้นแชมพูที่เป็นธรรมชาติหรือว่าแชมพูขจัดรังแคก็ได้ เช่นกัน ลดผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรงเพราะว่าจะทำลายหนังศีรษะเพิ่ม
Updated: 12 พ.ย. 2561 เวลา 20:53 น.
แต่งตัวอย่างไรให้ดูแมนและดูดี

แต่งตัวอย่างไรให้ดูแมนและดูดี


การแต่งตัวให้ดูดีสมกับเป็นผู้ชายสำหรับสาวหล่อนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะมันเป็นเรื่องยากพอสมควร แต่สำหรับสาวหล่อที่มีหุ่นที่ดีไม่อ้วนและค่อนข้างสูง อยุ๋แล้วแค่อาศัยการออกกำลังกายเข้ามาช่วยกันบ้างเท่านั้นรับรองได้เลยว่าคุณจะมีรูปร่างที่แมนไม่แพ้หนุ่มหล่อๆที่มีกล้ามโตเลยก็ว่าได้ จึงไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่าการแต่งตัวนั้นสำคัญมาก ซึ่งปกตินอกจากเสื้อผ้าแล้วก็จะมีพวก เสื้อกล้ามทอม นั้นแหละที่สำคัญ พูดถึงการแต่งกายของทอมว่ายากแล้วมาเจอกับทอมที่ตัวเล็กเข้าไปอีกมันยิ่งยาก เพราะว่าจะทำให้ดุน่ารักมากกว่ามาดแมนยากเข้าไปใหญ่ในการแต่งกาย ดังนั้นวันนี้เราจึงมาเน้นในเรื่องของการแต่งกายสำหรับทอมตัวเล็กมากกว่าจะเหมารวมทุกคน เพราะว่าต้องการในการที่จะเสริมความมั่นใจกับสาวหล่อร่างเล็กของเรานั้นเอง เพื่อท่ะจได้ทราบเทคนิคว่า การแต่งตัวให้ดูดีเป็นสิ่งสำคัญ มาดูกันเถอะ

1. สำหรับสาวทอมที่มีร่างเล็กและมีหน้าอกมากกว่าสาวคนอื่นนั้นไม่แนะนำให้สวมเสื้อแบบเสื้อ เสื้อสเวตเตอร์ที่มีกระดุมเยอะเพราะว่าจะทำให้ลำตัวดุสั้นไม่ได้ดูยาวเลยและหากเสื้อมีขนาดช่วงตัวที่ยาวก็อาจจะมากองที่สะโพกได้ดูรุ่มร่ามเข้าไปอีก
2. หากไม่จำเป็นไม่ควรสวมเสื้อผ้าแบบสีเข้ม ๆ เพราะว่าจะทำให้ตัวเล็กและบางมากกว่าเดิม โดยเฉพาะสีดำที่ใช้พรางหุ่นได้ดี
3.  เสื้อคอวีไม่เหมาะกับทอมร่างเล็กเพราะว่าจะทำให้ดูสั้นไปมากกว่าเดิม เหมาะกับทอมที่ร่างอวบมากกว่า ดังนั้นหันมาใส่เสื้อคอเต่าจะทำให้ตัวคุณดูบึกบึนและแข็งแรงมากกว่าเดิมแน่นอน
4. อย่าใส่กางเกงเอวต่ำเหมือนทอมสมัยก่อนเพราะว่าจะทำให้ขาคุณสั้นกว่าความเป็นจริงอีก และยังรุ่มร่ามดูไม่สะอาด เพราะว่ามีขอบกางเกงในโผล่
5.  เครื่องประดับ จำพวกต่างหูนั้นไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคนที่ตัวเตี้ย ดังนั้นหากไม่ได้อยากให้ตัวเองดูตัวสั้นนั้นเลิกสวมต่างหูลองมาใส่เครื่องประกอบอื่นเช่น ใส่สูทผูกเนคไทแทนน่าจะดีกว่า
6.รองเท้า หากเลือกได้ ควรหารองเท้าผ้าใบแบบเสริมส้นมาใส่น่าจะดีกว่าเสริมอย่ามากจนเกินไป จนดูน่าเกลียด เสริมในขนาดที่กำลังพอดีคือ ประมาณ 2-3 นิ้วก็น่าจะเป็นการเสริมที่ดูไม่น่าเกลียดมากจนเกินไป จะทำให้เดินลำบากด้วยหรือไม่งั้นหากว่ามีรองเท้าเยอะแล้วไม่อยากเสียเงินซื้อรองเท้าใหม่ลองหาพวกแผ่นรอง ในรองเท้าเพื่อเพิ่มความสูง ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมาก


Updated: 11 พ.ย. 2561 เวลา 21:05 น.
เทคนิคในการออกแบบร้านให้รับทรัพย์

เทคนิคในการออกแบบร้านให้รับทรัพย์


เรื่องของการออกแบบสร้างอาคาร สร้างงาน การปักผังบ้าน หรือผังสถานที่ใดๆก็ตามบอกได้เลยว่าเรื่องของความเชื่อเรื่องของวงจุ้ย ก็สามารถที่จะกำหนดกิจการของแต่ละธุรกิจได้เลยว่าจะไปได้ดีหรือว่าไปได้แย่แค่ไหน เรื่องอขงความเชื่อไม่มีใครที่จะกล้ามาฟันธงหรอกนะว่าเชื่อตามไหนเป็นสิ่งที่ถูกต้องแต่หากทำไปแล้วทำให้มีความสุขแล้วเท่านี้ก็ถือว่าทำให้เราดำเนินธุรกิจในการทำร้านทำเล็บในอนาคตอย่างสบายใจแล้ว ดังนั้นก่อนที่จะทำการปักผังบ้านควรปรึกษากับทางบริษัท รับออกแบบร้านทำเล็บ เสียก่อนเพื่อให้การออกแบบตามหลักของวิศวกรสอดคล้องกับความเชื่อในเรื่องของฮวงจุ้ยส่วนตัวของเราเองด้วย

ดังนั้นใครก็ตามที่มีโครงการจะสร้างอาคารเพื่อที่จะทำการเปิดธุรกิจส่วนตัวหรือว่าจะทำการปรับปรุงอาคารเพื่อทำธุรกิจใด การปักผังที่ถูกหลักนั้นสำคัญเอามากๆ การเชื่อตามหลักฮวงจุ้นจะนำพามาทั้ง พลังในเชิงบวกในการทำธุรกิจด้วย ดังนั้นลองมาพิจารณากันดีกว่าเทคนิคในการออกแบบอาคารเพื่อให้เสริมการค้าขายมีอะไรบ้าง

1. ประตูบ้าน ตามหลักในการที่จะออกแบบอาคารตามหลักฮวงจุ้ยที่ดีนั้นจะต้องไม่ตรงกับประตูบานอื่นๆ และที่สำคัญคือ ไม่ตรงกับหน้าต่างบานใหญ่ ไม่ชนกับประตูห้องน้ำ และไม่อยู่ใกล้ผนังจนเกินไป และประตู ควรจะเปิดเข้า ไม่ใช่เปิดออก เพราะว่าการเปิดออกทำให้เป็นการผลักพลังด้านดีออกไป
2. หน้าต่าง สำคัญมากไม่แพ้ประตูเลย อย่างลืมนะว่าบ้านหรือว่าอาคารคือสถานที่จะออกแบบมาแล้วรับทั้งพลังงานและรับแสง หน้าต่างและประตูจะมีความสัมพันธ์หลังบ้านไม่ควรที่จะมีหน้าต่างหลังบ้าน หลายบ้านมากจนเกินไป ทำให้พลังในบ้านลดน้อยลงตามไปด้วย
3. ห้องนอน สำหรับร้านบางร้านออกแบบมาเพื่อที่จะมีห้องนอนสำหรับเจ้าของหรือว่าห้องนอนสำหรับพนักงานประจำร้าน การออกแบบจะต้องคำนึงถึงห้องนอนด้วย  โดยเมื่อมีห้องนอนแล้วควรที่จะอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมด้วย ห้องนอนต้องอยู่ในตำแหน่งที่สงบเพราะว่าเป็นมุมในการพักผ่อน
4.ตำแหน่งของห้องครัวหรือห้องรับประทานอาหาร โดยมากแล้วทุกกิจการร้านนั้นจะต้องมีตำแหน่งของ ห้องครัวหรือว่าห้องพักในการรับประทานอาหารอยู่ทั้งนั้นเพื่อให้สามารถที่จะพักผ่อนของพนักงานหรือว่าเจ้าของเอง ในการพักในการรับลูกค้า โดยควรออกแบบห้องครัวไม่ให้ใกล้กับประตูเข้าบ้านมากจนเกินไป ไม่ใกล้ห้องน้ำ
6.ห้องน้ำ เน้นไม่ควรที่จะใกล้กับทางเข้าบ้าน ไม่ควรตรงกับห้องนอนด้วย 


Updated: 10 ก.ย. 2561 เวลา 10:40 น.
หน้าที่: 1   |   2   |   3   |   4   |   5      »      [21]

 

Copyright @ 2013 : http://tedxsiliconnorth.com